ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มที่ผู้เขียนได้ถูกดูดเข้าไป (อย่างเต็มใจ) ในแคปซูลแห่งกาลเวลา (Time Capsule) และตั้งตาเตรียมใจเฝ้ารอจนถึงวันนั้น…วันที่ปฏิทินเปลี่ยนไปเป็นปี ค.ศ. 2020
เพียงแค่คำกล่าวข้างต้นผู้เขียนเชื่อว่าสาวกอินเตอร์เน็ทหลายท่านคงจะต้องตะลึงและอยากรู้เกี่ยวกับ “ยาฮู ไทม์แคปซูล” ให้ลึกกว่านี้…ผู้เขียนยินดีและเป็นเกียรติอย่างมาก จึงขอเชิญทุกท่านมานั่งล้อมวงที่หน้ากระดาษนี้อย่างพร้อมเพรียง
แคปซูลแห่งกาลเวลา (Time Capsule) มันคือแนวคิดที่น่าทึ่งที่จากมันสมองของ “ศิลปินอินเตอร์เน็ท” นามว่า โจนาธาน แฮริส ที่ต้องการบันทึกประวัติศาสตร์ของโลกปัจจุบันที่เวียนมาจนถึงปี 2006 ไว้ในรูปแบบของดิจิตอล และจะพร้อมจะให้ชนรุ่นหลัง “คลิก” เปิดผนึก “หอจดหมายเหตุดิจิตอล” อีกครั้งในปี 2020
“ยาฮู ไทม์แคปซูล”คืออะไร?
“ยาฮู ไทม์แคปซูล” คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็น หอจดหมายเหตุที่อยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสื่อดิจิตอล คอยเก็บบันทึกเรื่องราวทั้ง 10 หมวด อันได้แก่ รัก โกรธ สนุก เศร้า ความเชื่อ ความงาม อดีต ปัจจุบัน ความหวัง และเรื่องที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง ซึ่งผู้ที่จะมีส่วนร่วมกับการสร้างจดหมายเหตุดิจิตอลนี้ ก็คือ คนทุกคนบนโลกนี้ ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ทได้ และรูปแบบของการบันทึกเรื่องราวก็มีหลากหลายตามฟอร์แมตของดิจิตอลที่เราคุ้นเคย (ต่างจากสมัยก่อนที่ต้องสลักบนแท่นหิน หรือ ใบลาน อย่างสิ้นเชิง) อาทิ คำพูด ภาพ วีดีโอ เสียง และ ภาพวาด
ประตูของยาฮู ไทม์แคปซูล จะเปิดให้ผู้คนจากทั่วโลกเข้าไปสร้างและอัพโหลดคอนเท้นต์ในระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม -8 พฤศจิกายน ปี 2006 จากนั้นประตูจะถูกปิดลง เนื้อหาทั้งหมดนี้จะถูกนำเก็บไว้ที่ Folkways Recordings Archives of the Smithsonian Institution ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และเนื้อหาเหล่านี้จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในปี 2020เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบความเป็นไปของปี 2006
คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องเป็นปี 2020 คำเฉลยที่น่ารักก็คือ มันเป็นวันเกิดครบรอบ 25 ปีของยาฮู และคำตอบนี้นำไปสู่วัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ของยาฮูด้วยเช่นกัน
เหตุที่ยาฮูคิดนวัตกรรมใหม่เพื่อเก็บผลผลิตดิจิตอลของมวลมนุษยชาติในปี 2006 ไว้ก็เพราะว่า บริษัทจะต้องการบริจาคเงินจำนวน 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐให้กับองค์กรการกุศล 7 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะอุณหภูมิโลกเปลี่ยน โรคเอดส์ ความยากจน สนับสนุนการศึกษา สันติภาพ ศิลปะ และการอพยพ เพื่อเป็นการขอบคุณทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทำโปรเจคที่น่าทึ่งนี้ แต่จะบริจาคธรรมดาก็ไมใช่แนวของพอร์ทอลยุคบุกเบิก ถึงตอนนี้หลายท่านที่เป็นนักการตลาดก็คงร้องอ๋อกันแล้วว่างานนี้ ยาฮูมีแต่ WIN กับ WIN เพราะได้โชว์ทั้งของเล่นใหม่ให้กับประชากรอินเตอร์เน็ท แล้วยังได้สร้างแบรนด์อิมเมจที่ดีต่อการเป็นองค์กรระดับโลกที่ห่วงใยสังคมอีกด้วย
และแน่นอนว่าเว็บไซต์แห่งนี้ก็จัดอยู่ในรูปแบบของเครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ (Social Networking Website) ที่มีคอนเซปต์แบบเดียวกันว่า “Save, Share, Search and Discover”
เพราะทุกคนสามารถ “บันทึก” เสี้ยวหนึ่งของชีวิตตัวเองที่เกิดขึ้นในปี 2006 ลงในเว็บไซต์แห่งนี้ และ “แบ่งปัน”เรื่องราวเหล่านี้ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ประสบการณ์เดียวกับคุณ อีกทั้งยังทำให้อีกหลายๆ คนได้ “ค้นพบ” สิ่งใหม่ๆ จากความคิดเห็นของคนอ่านท่านอื่น ๆ ที่ติดไปกับแต่ละชิ้นงาน ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาได้ เพียงแค่คลิก “ค้นหา” เนื้อหา ต่าง ๆ ที่อยู่ในหอจดหมายเหตุนี้
อาจกล่าวได้ว่าพวกเราเจเนอร์เรชั่นอินเตอร์เน็ทช่างโชคดีไม่แพ้กับบรรพบุรุษของเราที่มีโอกาสได้เป็นผู้หนึ่งที่สร้างและบันทึกประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ แต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ว่า ผู้เขียนคาดว่าประตูของหอจดหมายเหตุนี้ได้ปิดลงแล้ว (8 พฤศจิกายน) ก่อนที่บทความฉบับนี้จะถึงมือท่านผู้อ่าน ถึงแม้หลายท่านจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือบันทึกประวัติเสียเอง แต่ผู้เขียนก็ยังหวังว่าได้ทำหน้าที่ย้ำเตือนให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาดูที่ http://timecapsule.yahoo.com อีกครั้งในปี 2020
ขณะนี้ มีผู้เข้าร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของปี 2006 มากถึง 84,560 เรื่องราว แบ่งเป็น ชาย 30,230 หญิง 26,717 ประเทศที่เข้าร่วมสร้างเนื้อหามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 27,083 เม็กซิโก 6,111 และฟิลิปินส์ 3,288 ขณะที่ประชากรของสยามประเทศเราก็เข้าร่วมด้วย แต่มีเพียง 61 ท่านเท่านั้น (ปลื้มใจระดับหนึ่งที่ผู้เขียนก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น)
ซึ่งคนวัยประมาณ 20 คือผู้ที่เข้ามาสร้างเนื้อหามากที่สุด และรูปแบบของเนื้อหาที่ใช้บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งนี้มากที่สุด คือ รูปภาพ (ต้องขอบคุณพลังของไฮสปีดอินเตอร์เน็ท)
สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ พิธีการเฉลิมฉลองของโปรเจ็คพลิกโลกอินเตอร์เน็ทสุดอลังการนี้ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25-27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัทยาฮูได้จัดการแสดงแสงสีเสียง

โดยไฮไลท์อยู่ที่การใช้ลำแสงเลเซอร์แบบดิจิตอลฉายคอนเท้นต์ทุกรูปแบบที่บันทึกอยู่ในยาฮู ไทม์แคปซูล ไปบนกำแพงของเทือกเขาสีแดง แห่งแกรนแคนยอน ที่นิวเม็กซิโก
โดยมีชนเผ่าอินเดียแดงซึ่งเป็นชาวอเมริกันพื้นเมือง เป็นผู้นำและแสดงพิธีการต่าง ๆ เหตุผลที่ทางยาฮูเลือกจัดงานขึ้นที่นี่ก็เพราะว่า มีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ที่นี่คือที่ที่มีคนมาตั้งรกรากเป็นที่แรกในโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาของ 880 ปีก่อนคริสตกาล ท่านสามารถดูวีดีโอประวัติศาสตร์ผ่าน WEBCAST ในเว็บไซต์ของ ยาฮู ยาฮู ไทม์แคปซูล ต้องเตือนก่อนว่า อาจจะขนลุกได้เพราะจัดได้ว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว
5 ขั้นตอนการบันทึกประวัติศาสตร์ลงบนยาฮู ไทม์แคปซูล
1. เลือกวิธีการบอกเล่าเรื่องราวของคุณ (คำพูด ภาพ วีดีโอ เสียง และ ภาพวาด) อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใส่ใน ยาฮู ไทม์แคปซูล โดยเฉพาะก็ได้ แต่จะต้องมีคุณสมบัติตามนี้
• ภาพ: จะต้องเป็นนามสกุล JPEG เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 2 เมกกะไบท์
• คลิปวีดีโอ: จะต้องเป็นนามสกุล WMV, ASF, QT, MOV, MPG, หรือ AVI เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 100 เมกกะไบท์
• เสียง: จะต้องเป็นนามสกุล MP3 เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 5 เมกกะไบท์
• ภาพวาด: จะต้องใช้เครื่องมือวาดของทาง ยาฮู ไทม์แคปซูล โดยเฉพาะ
• คำพูด: 3,000 ตัวอักษร ไม่รองรับโค้ด HTML
* เนื้อหาทุกอย่างที่ส่งไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ฉะนั้นต้องแน่ใจก่อนคลิกส่ง
2. จัดหมวดหมู่เรื่องราวของคุณ ตามธีมต่าง ๆ รัก (ได้รับความนิยมมากที่สุด) โกรธ สนุก เศร้า ความเชื่อ ความงาม อดีต ปัจจุบัน ความหวัง และเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณเอง
ทุกคนจะต้องตอบคำถามเดียวกับโดยเลือกจาก 10 หมวดที่กล่าวไปข้างต้น ความฉลาดและมหัศจรรย์ของการตั้งคำถามอยู่ที่ ผู้คิดค้นยาฮู ไทม์แคปซูล เลือกให้เป็นคำถามปลายเปิดที่ท้าทายทุกคำตอบจากคนทั่วโลก คุณรักอะไร? อะไรที่ทำให้คุณเสียใจ และโกรธ? คุณเชื่ออะไร? อะไรคือสิ่งสวยงามฦ อะไรที่คุณจำได้? อะไรที่คุณปรารถนา? ฯลฯ บอกให้โลกรู้เรื่องราวของคุณจากประสบการณ์เหล่านี้
3. พิมพข้อความ หรือ อัพโหลดไฟล์มัลติมีเดียได้ทันที (แน่นอนว่าไม่รองรับภาษาไทย)
4. กรอกข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ส่ง เพศ อายุ ประเทศ เมือง คำอธิบายผลงาน เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง คีย์เวิร์ด (TAGs) อีเมล์ (ซึ่งจะต้องเป็นอีเมล์ของยาฮูเท่านั้น) และเลือกองค์กรการกุศลที่ต้องการบริจาค
5. รอลิ้งค์จาก ยาฮู ไทม์แคปซูล ที่จะส่งมาให้เราเข้าไปดูผลงานที่ทำด้วยมันสมองและสองมือ



ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งปี การค้นหาคำว่า “Mobile Media” ในเซิร์ชเอ็นจิ้นนั้น แทบจะแสดงผลการค้นหาได้น้อยมาก และที่สำคัญข้อมูลที่หามาได้นั้นมักไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริงของคำว่า “โมบาย มีเดีย” หรือถ้าแปลตรงตัวก็คือ “สื่อโทรศัพท์มือถือ” แต่ ณ วันนี้ “โมบาย มีเดีย” มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในระดับสากล และเกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศ




