ยาฮู ไทม์แคปซูล: หอจดหมายเหตุดิจิตอล

29 09 2007
หมายเหตุ: บทความนี้ผู้เขียน เขียนลงนิตยสาร Digital Living

ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มที่ผู้เขียนได้ถูกดูดเข้าไป (อย่างเต็มใจ) ในแคปซูลแห่งกาลเวลา (Time Capsule) และตั้งตาเตรียมใจเฝ้ารอจนถึงวันนั้น…วันที่ปฏิทินเปลี่ยนไปเป็นปี ค.ศ. 2020
yahootimecapsule homepage eng   yahootimecapsule content uploaded 

เพียงแค่คำกล่าวข้างต้นผู้เขียนเชื่อว่าสาวกอินเตอร์เน็ทหลายท่านคงจะต้องตะลึงและอยากรู้เกี่ยวกับ “ยาฮู ไทม์แคปซูล” ให้ลึกกว่านี้…ผู้เขียนยินดีและเป็นเกียรติอย่างมาก จึงขอเชิญทุกท่านมานั่งล้อมวงที่หน้ากระดาษนี้อย่างพร้อมเพรียง

แคปซูลแห่งกาลเวลา (Time Capsule) มันคือแนวคิดที่น่าทึ่งที่จากมันสมองของ “ศิลปินอินเตอร์เน็ท” นามว่า โจนาธาน แฮริส ที่ต้องการบันทึกประวัติศาสตร์ของโลกปัจจุบันที่เวียนมาจนถึงปี 2006 ไว้ในรูปแบบของดิจิตอล และจะพร้อมจะให้ชนรุ่นหลัง “คลิก” เปิดผนึก “หอจดหมายเหตุดิจิตอล” อีกครั้งในปี 2020

“ยาฮู ไทม์แคปซูล”คืออะไร?

“ยาฮู ไทม์แคปซูล” คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็น หอจดหมายเหตุที่อยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสื่อดิจิตอล คอยเก็บบันทึกเรื่องราวทั้ง 10 หมวด อันได้แก่ รัก โกรธ สนุก เศร้า ความเชื่อ ความงาม อดีต ปัจจุบัน ความหวัง และเรื่องที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง ซึ่งผู้ที่จะมีส่วนร่วมกับการสร้างจดหมายเหตุดิจิตอลนี้ ก็คือ คนทุกคนบนโลกนี้ ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ทได้ และรูปแบบของการบันทึกเรื่องราวก็มีหลากหลายตามฟอร์แมตของดิจิตอลที่เราคุ้นเคย (ต่างจากสมัยก่อนที่ต้องสลักบนแท่นหิน หรือ ใบลาน อย่างสิ้นเชิง) อาทิ คำพูด ภาพ วีดีโอ เสียง และ ภาพวาด

ประตูของยาฮู ไทม์แคปซูล จะเปิดให้ผู้คนจากทั่วโลกเข้าไปสร้างและอัพโหลดคอนเท้นต์ในระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม -8 พฤศจิกายน ปี 2006 จากนั้นประตูจะถูกปิดลง เนื้อหาทั้งหมดนี้จะถูกนำเก็บไว้ที่ Folkways Recordings Archives of the Smithsonian Institution ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และเนื้อหาเหล่านี้จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในปี 2020เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบความเป็นไปของปี 2006

คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องเป็นปี 2020 คำเฉลยที่น่ารักก็คือ มันเป็นวันเกิดครบรอบ 25 ปีของยาฮู และคำตอบนี้นำไปสู่วัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ของยาฮูด้วยเช่นกัน

เหตุที่ยาฮูคิดนวัตกรรมใหม่เพื่อเก็บผลผลิตดิจิตอลของมวลมนุษยชาติในปี 2006 ไว้ก็เพราะว่า บริษัทจะต้องการบริจาคเงินจำนวน 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐให้กับองค์กรการกุศล 7 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะอุณหภูมิโลกเปลี่ยน โรคเอดส์ ความยากจน สนับสนุนการศึกษา สันติภาพ ศิลปะ และการอพยพ เพื่อเป็นการขอบคุณทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทำโปรเจคที่น่าทึ่งนี้ แต่จะบริจาคธรรมดาก็ไมใช่แนวของพอร์ทอลยุคบุกเบิก ถึงตอนนี้หลายท่านที่เป็นนักการตลาดก็คงร้องอ๋อกันแล้วว่างานนี้ ยาฮูมีแต่ WIN กับ WIN เพราะได้โชว์ทั้งของเล่นใหม่ให้กับประชากรอินเตอร์เน็ท แล้วยังได้สร้างแบรนด์อิมเมจที่ดีต่อการเป็นองค์กรระดับโลกที่ห่วงใยสังคมอีกด้วย

และแน่นอนว่าเว็บไซต์แห่งนี้ก็จัดอยู่ในรูปแบบของเครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ (Social Networking Website) ที่มีคอนเซปต์แบบเดียวกันว่า “Save, Share, Search and Discover”

เพราะทุกคนสามารถ “บันทึก” เสี้ยวหนึ่งของชีวิตตัวเองที่เกิดขึ้นในปี 2006 ลงในเว็บไซต์แห่งนี้ และ “แบ่งปัน”เรื่องราวเหล่านี้ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ประสบการณ์เดียวกับคุณ อีกทั้งยังทำให้อีกหลายๆ คนได้ “ค้นพบ” สิ่งใหม่ๆ จากความคิดเห็นของคนอ่านท่านอื่น ๆ ที่ติดไปกับแต่ละชิ้นงาน ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาได้ เพียงแค่คลิก “ค้นหา” เนื้อหา ต่าง ๆ ที่อยู่ในหอจดหมายเหตุนี้

อาจกล่าวได้ว่าพวกเราเจเนอร์เรชั่นอินเตอร์เน็ทช่างโชคดีไม่แพ้กับบรรพบุรุษของเราที่มีโอกาสได้เป็นผู้หนึ่งที่สร้างและบันทึกประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ แต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ว่า ผู้เขียนคาดว่าประตูของหอจดหมายเหตุนี้ได้ปิดลงแล้ว (8 พฤศจิกายน) ก่อนที่บทความฉบับนี้จะถึงมือท่านผู้อ่าน ถึงแม้หลายท่านจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือบันทึกประวัติเสียเอง แต่ผู้เขียนก็ยังหวังว่าได้ทำหน้าที่ย้ำเตือนให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาดูที่ http://timecapsule.yahoo.com อีกครั้งในปี 2020

ขณะนี้ มีผู้เข้าร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของปี 2006 มากถึง 84,560 เรื่องราว แบ่งเป็น ชาย 30,230 หญิง 26,717 ประเทศที่เข้าร่วมสร้างเนื้อหามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 27,083 เม็กซิโก 6,111 และฟิลิปินส์ 3,288 ขณะที่ประชากรของสยามประเทศเราก็เข้าร่วมด้วย แต่มีเพียง 61 ท่านเท่านั้น (ปลื้มใจระดับหนึ่งที่ผู้เขียนก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น)

ซึ่งคนวัยประมาณ 20 คือผู้ที่เข้ามาสร้างเนื้อหามากที่สุด และรูปแบบของเนื้อหาที่ใช้บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งนี้มากที่สุด คือ รูปภาพ (ต้องขอบคุณพลังของไฮสปีดอินเตอร์เน็ท)

สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ พิธีการเฉลิมฉลองของโปรเจ็คพลิกโลกอินเตอร์เน็ทสุดอลังการนี้ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25-27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัทยาฮูได้จัดการแสดงแสงสีเสียง
yahootimecapsule celebration  yahootimecapsule celebration

โดยไฮไลท์อยู่ที่การใช้ลำแสงเลเซอร์แบบดิจิตอลฉายคอนเท้นต์ทุกรูปแบบที่บันทึกอยู่ในยาฮู ไทม์แคปซูล ไปบนกำแพงของเทือกเขาสีแดง แห่งแกรนแคนยอน ที่นิวเม็กซิโก

โดยมีชนเผ่าอินเดียแดงซึ่งเป็นชาวอเมริกันพื้นเมือง เป็นผู้นำและแสดงพิธีการต่าง ๆ เหตุผลที่ทางยาฮูเลือกจัดงานขึ้นที่นี่ก็เพราะว่า มีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ที่นี่คือที่ที่มีคนมาตั้งรกรากเป็นที่แรกในโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาของ 880 ปีก่อนคริสตกาล ท่านสามารถดูวีดีโอประวัติศาสตร์ผ่าน WEBCAST ในเว็บไซต์ของ ยาฮู ยาฮู ไทม์แคปซูล ต้องเตือนก่อนว่า อาจจะขนลุกได้เพราะจัดได้ว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว

5 ขั้นตอนการบันทึกประวัติศาสตร์ลงบนยาฮู ไทม์แคปซูล

1. เลือกวิธีการบอกเล่าเรื่องราวของคุณ (คำพูด ภาพ วีดีโอ เสียง และ ภาพวาด) อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือ สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใส่ใน ยาฮู ไทม์แคปซูล โดยเฉพาะก็ได้ แต่จะต้องมีคุณสมบัติตามนี้

• ภาพ: จะต้องเป็นนามสกุล JPEG เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 2 เมกกะไบท์
• คลิปวีดีโอ: จะต้องเป็นนามสกุล WMV, ASF, QT, MOV, MPG, หรือ AVI เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 100 เมกกะไบท์
• เสียง: จะต้องเป็นนามสกุล MP3 เท่านั้น ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 5 เมกกะไบท์
• ภาพวาด: จะต้องใช้เครื่องมือวาดของทาง ยาฮู ไทม์แคปซูล โดยเฉพาะ
• คำพูด: 3,000 ตัวอักษร ไม่รองรับโค้ด HTML
* เนื้อหาทุกอย่างที่ส่งไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ฉะนั้นต้องแน่ใจก่อนคลิกส่ง

2. จัดหมวดหมู่เรื่องราวของคุณ ตามธีมต่าง ๆ รัก (ได้รับความนิยมมากที่สุด) โกรธ สนุก เศร้า ความเชื่อ ความงาม อดีต ปัจจุบัน ความหวัง และเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณเอง

ทุกคนจะต้องตอบคำถามเดียวกับโดยเลือกจาก 10 หมวดที่กล่าวไปข้างต้น ความฉลาดและมหัศจรรย์ของการตั้งคำถามอยู่ที่ ผู้คิดค้นยาฮู ไทม์แคปซูล เลือกให้เป็นคำถามปลายเปิดที่ท้าทายทุกคำตอบจากคนทั่วโลก คุณรักอะไร? อะไรที่ทำให้คุณเสียใจ และโกรธ? คุณเชื่ออะไร? อะไรคือสิ่งสวยงามฦ อะไรที่คุณจำได้? อะไรที่คุณปรารถนา? ฯลฯ บอกให้โลกรู้เรื่องราวของคุณจากประสบการณ์เหล่านี้

3. พิมพข้อความ หรือ อัพโหลดไฟล์มัลติมีเดียได้ทันที (แน่นอนว่าไม่รองรับภาษาไทย)

4. กรอกข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ส่ง เพศ อายุ ประเทศ เมือง คำอธิบายผลงาน เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง คีย์เวิร์ด (TAGs) อีเมล์ (ซึ่งจะต้องเป็นอีเมล์ของยาฮูเท่านั้น) และเลือกองค์กรการกุศลที่ต้องการบริจาค

5. รอลิ้งค์จาก ยาฮู ไทม์แคปซูล ที่จะส่งมาให้เราเข้าไปดูผลงานที่ทำด้วยมันสมองและสองมือ





MoSoSo : รู้ว่าใครอยู่ใกล้ๆ

29 09 2007
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นงานเขียนที่ผู้เขียน เขียนให้กับนิตยสาร Digital Living

รู้จักกับ MoSoSomososo_3.jpg 

MoSoSo (Mobile social software) แต่ Mobile ในความหมายนี้มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่มันหมายถึงทุกอุปกรณ์ที่คุณสามารถ “พกพา” ไปไหนมาไหนได้ต่างหาก เป็นต้นว่า เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค พีดีเอ ฯลฯ และเมื่อคุณติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็น MoSoSo ลงไปความสนุกและประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงก็จะตามมา

MoSoSo คือ ซอฟต์แวร์ไฮเทคสำหรับการติดต่อระหว่างบุคคล (Peer-to-peer software) ที่ช่วยให้คนที่มีมือถือ หรืออุปกรณ์ไร้สายอื่น ๆ สามารถสแกน บลูทูธ หรือ ไว-ไฟ จากอุปกรณ์ในเครื่องของตนเพื่อนหาเพื่อนในรัศมีที่กำหนดไว้ได้

หากอธิบายทางเทคนิค MoSoSo อาศัยการติดต่อสื่อสารแบบ Ad-Hoc (การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์เคลื่อนที่ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป โดยไม่ต้องมีโครงสร้างที่มีสาย)

อาจกล่าวได้ว่า MoSoSo เตรียมพร้อมที่จะแจ้งเกิดพร้อม ๆ กับ เว็บ 2.0 เลย เพราะมีแนวคิดที่คล้ายคลึงกัน มันคือการสร้างเครือข่ายทางสังคม (Social Networking) และที่สำคัญมันสามารถผสานการใช้งานได้อย่างลงตัว เช่นอยู่บ้านคุณออนไลน์จากคอมฯ แต่ถ้ามีนัดนอกบ้านก็ยังอัพเดทหาเพื่อน ๆ ผ่านทางมือถือได้เช่นกัน

การใช้งาน MoSoSo

how to use mososo

1. กรอกประวัติของคุณให้แน่นๆ ทั้งอัพโหลดรูปในมุมบาดใจ งานอดิเรก ลักษณะนิสัย และคนแบบไหนที่ “โดน” คนแบบเรา

2. หากมีใครที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับคุณ (ดูจากประวัติของแต่ละคนแล้วนำมาแมทช์กัน) หรือเพื่อนที่คุณเองที่เคย Add contact เอาไว้ เดินผ่านมาในบริเวณรัศมี 10 เมตร (ผ่านบลูทูธของมือถือ) หรือมากกว่านั้น (ประมาณ 50-100 เมตร หากใช้ไว-ไฟบนโน้ตบุ๊ค) โปรแกรมจะทำการเตือนขึ้นมาทันที!

สำหรับ โปรแกรม  MoSoSo ของบริษัท Dodgeball (ที่ตอนนี้ตกเป็นของกูเกิ้ล อิงค์ไปเสียแล้ว) มีฟีเจอร์ที่หรูสุดกู่อย่าง “”Crush” ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นช่วยเสริมสร้างดีกรีความสดชื่น และตึกตักในหัวใจได้ทันทีที่มีแมสเสจเข้ามา เพราะ Crush จะให้คุณเลือก 5 รูปภาพของคนที่ออนไลน์อยู่ในระบบของ dodgeball และ  Crush จะแจ้งเตือน “ปี๊บๆ” มาที่มือถือหากสาว หรือ หนุ่มในฝันที่คุณแอบปิ๊ง “จากรูป และประวัติ” กำลังเดินมาในบริเวณรัศมี 10 เมตร ใกล้ๆ คุณ ฉะนั้นคุณก็มีเวลาเตรียมตัวที่จะหวีผมแต่งหล่อ หรือปัดมาสคาร่าซักนิดก่อนที่จะเซย์เฮลโหลให้กับเขา หรือเธอคนนั้นที่เฝ้ารอมานาน

crush dodgeball

3. กดเลือก (หรือปฎิเสธ) สมาชิกที่ต้องการคุย และเม้าท์ต่อได้เลยเหมือนการแชตผ่าน SMS

อันที่จริงหลายซอฟต์แวร์ของ MoSoSo มิได้เปิดโอกาสให้เฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางตัวอักษรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงไฟล์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง เช่น รูป วีดีโอ เพลง ฯลฯ ก็แชร์ได้เช่นกัน ไม่ต่างอะไรไปจากการส่งข้อมูลผ่านบลูทูธธรรมดาทั่วไป

อย่างไรก็ตามหลายซอฟต์แวร์ได้มีการพัฒนาระบบการค้นหาของ MoSoSo ให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ด้วยนำไปผสานกับ บริการระบุตำแหน่ง หรือ LBS (Location-Based Service) หรือ ระบบการระบุตำแหน่งบนพื้นพิภพอย่าง GPS (Global Positioning System) ถึงอย่างไรก็ตามการเพิ่มฟีเจอร์ที่แอดวาซน์ขนาดนี้ก็ยังคงมีปัญหาอยู่ เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีสภาวะภูมิศาสตร์ที่ต่างกันออกไป

MoSoSo ฮิตที่ไหนกันบ้าง?

คลับ-ผับ ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการหาคู่เดท หรือกิ๊กคนใหม่ และฟีเจอร์นี้ก็ทำให้คนขี้อายกลายเป็นหนุ่ม/สาว สุดเฟลิทและพบรักได้ไม่ยาก

วงการโฆษณา กลายเป็นเรื่องธรรมดาในประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ถ้าคุณเดินผ่านบิลบอร์ดยักษ์ใหญ่หรือร้านอาหาร โรงหนัง แล้วจู่ ๆ ก็ได้ข้อความเตือนทั้งทาง SMS และบลูทูธ นี่คือการทำการตลาดแนวใหม่มีชื่อเรียกฮิปๆ ว่า Proximity Marketing

แวดวงการศึกษา กำเนิดใหม่แห่งไอเดียอันเจิดจรัสสำหรับสังคม MoSoSo มันคือโปรแกรม Cellphedia ผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ที่มาจากคำว่า (Cellphone + Encyclopidia) การสร้างสารานุกรมไร้สาย แบ่งปันความรู้ได้อย่างไรพรหมแดนทุกที่ทุกเวลา โดยอาศัยการร่วมมือกันของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ (user-generated content (UGC) มาร่วมตอบคำถาม ทุกวันหากมีคนตั้งคำถาม (โดยการใส่คำศัพท์ พร้อมหมวดของคำลงไป เช่น MoSoSo แล้วส่งไปที่ tech@cellpedia.com) ในหมวดที่คุณสมัครสมาชิกไว้มันก็จะมีเสียงเตือนมาที่มือถือคุณ หากคุณตอบได้ไวก็จะมีชื่อขึ้น hall of fame อีกด้วย





โมบาย มีเดีย : ขุมพลังแห่ง “สื่อใหม่” ในมือคุณ

29 09 2007

1.jpg ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งปี การค้นหาคำว่า “Mobile Media” ในเซิร์ชเอ็นจิ้นนั้น แทบจะแสดงผลการค้นหาได้น้อยมาก และที่สำคัญข้อมูลที่หามาได้นั้นมักไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริงของคำว่า “โมบาย มีเดีย” หรือถ้าแปลตรงตัวก็คือ “สื่อโทรศัพท์มือถือ” แต่ ณ วันนี้ “โมบาย มีเดีย” มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในระดับสากล และเกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศ

“สื่อ + โทรศัพท์มือถือ” คำผสมเพียง 2 คำ แต่สามารถอธิบายให้เห็นถึงการผสานกันระหว่างหลายหน่วยงาน มิใช่เพียงแต่กลุ่มผู้ทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือตามแบบฉบับดังเดิมเท่านั้นแต่ยังเป็นการขยายขอบเขตของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือรายใหม่ๆ ด้วย เช่น สื่อมวลชน และนักการตลาด จนถึงขั้นสามารถสร้างนิยามใหม่ของคำว่า “สื่อ”ในวงการสื่อมวลชน และคำว่า “เครื่องมือสื่อสาร” ในวงการการตลาดเลยทีเดียว

คำถามแรกที่จะต้องตอบก็คือ ทำไมโทรศัพท์มือถือจึงมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะกลายเป็น “สื่อใหม่” ที่ทรงพลังได้?

4 ปัจจัย ที่ควรยกย่องให้ “มือถือ” ขึ้นแท่นเป็น “สื่อใหม่” ที่ทรงพลังสำหรับโลกปัจจุบันและอนาคต

1. ความต้องการที่จะสื่อสารของมนุษย์ “ทุกคน” ทุกคนจึงอยากมีโทรศัพท์มือถือไว้ในครอบครอง2. โทรศัพท์มือถือถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก สามารถพกไปใช้งานได้ทุกที่ ทำให้ทุกครั้งที่ส่งสาร สามารถมั่นใจได้เลยว่าผู้รับสารมีตัวตนอย่างแน่นอน

3. โทรศัพท์มือถือเป็นเสมือนจุดหมายปลายทางของการผสานรวมกันของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวง สื่อใหม่ ผ่านช่องทางใหม่ ๆ ย่อมกระตุ้นการรับรู้ของผู้รับสารได้เป็นอย่างดี

4. ทุกครั้งที่ใช้มือถือ ไม่มีคำว่า “ฟรี”จุดนี้ช่วยลดข้อบกพร่องของสื่อรุ่นพี่อย่างอินเตอร์เนตที่ใคร ๆ ก็ยึดถือว่าเป็นของฟรี แต่เมื่อมาเป็นการซื้อขายสินค้า หรือกระทำการใด ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จะยินยอมเสียค่าใช้จ่าย ที่จะแสดงผลตามยอดบิลในแต่ละเดือน จึงส่งผลให้ภาคธุรกิจจะเติบโตเมื่อทำการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นช่องทางการสื่อสารที่ก่อให้เกิดรายได้ที่แน่นอน

สื่อโทรศัพท์มือถือ คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

สื่อโทรศัพท์มือถือ คือ การรับ-ส่งสารผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ สื่อโทรศัพท์มือถือ นอกจากจะเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication) แล้ว ยังสามารถสื่อสารในระดับมวลชน (Mass Communication) ได้อีกด้วย โดยที่จะเป็นการเข้าถึงมวลชนในระดับรายบุคคล (One-to-one Communication) ได้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดแรกที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรวบเอาการสื่อสารในทุกระดับไว้ด้วยกัน
โดยอาศัยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตัวเองคือ ความเป็นมัลติมีเดีย อินเตอร์แอคทีฟ และขนาดที่เล็กจนสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั่นก็คือ นอกจากโทรศัพท์มือถือจะสามารถทำตัวเป็น “สื่อ” ด้วยตัวของมันเองแล้ว ยังกลายเป็นศูนย์รวมของสื่ออื่น ๆ มากมาย (Media Convergence) ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โทรทัศน์ วิทยุ) หรือแม้แต่สื่อใหม่อย่างอินเตอร์เนต

ดังคำกล่าวที่ทุกท่านคงจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ว่า “ไม่มีอะไรที่โทรศัพท์มือถือทำไม่ได้” เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ มือถือสามารถรับชมโทรทัศน์ได้ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเล่นอินเตอร์เนตได้ สิ่งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่จะต้องวิเคราะห์ อัตลักษณ์ และบทบาทของสื่อใหม่นี้อย่างใกล้ชิด (ซึ่งจะกล่าวอย่างละเอียดในครั้งต่อไป)

 ตัวอย่างของการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสื่อก็มีมายมาย ตั้งแต่การโฆษณาส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ หรือการแจ้งข่าวสารกิจกรรมทางการตลาด ในเบื้องต้นจะอยู่ในรูปแบบของตัวอักษร ผ่านทางข้อความสั้นไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกกันว่า SMS Marketing

เมื่อสื่อมือถือเกิด ใครบ้างที่ต้องปรับตัว? นอกเสียจากผู้เล่นหลักในแวดวงธุรกิจโทรศัพท์มือถืออย่าง ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ จากที่เคยทำหน้าที่ให้บริการการสื่อสารด้านเสียงและข้อมูล ก็ยังต้องรับหน้าที่ใหม่คือ เจ้าของพื้นที่บนสื่อใหม่ โดยที่จะต้องคอยควบคุมเนื้อหาที่มาจากผู้ผลิตเนื้อหา (Content Provider) คอยติดตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากผู้ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถืออันจะส่งผลต่อผู้ผลิตเนื้อหาและผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การกำหนดอัตราค่าโฆษณาบนพื้นที่ของสื่อดิจิตอลไร้สายนี้

 นอกจากนี้แล้วผู้เล่นหน้าเก่าในธุรกิจสื่อยุคอนาลอก อย่างสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ก็ต้องคอยจับตามองว่า “ช่องทางการสื่อสาร” (Channel) ใหม่นี้ จะเพิ่มขีดความสามารถและขจัดขอบเขตของสื่อเดิมออกไปได้อย่างไร เพื่อให้ผู้รับสารสามารถรับสารได้อย่างครบถ้วน ทุกที่และทุกเวลา

 ส่วนนักการตลาดยุคใหม่ไฟแรงก็จะต้องเตรียมรับมือกับ “เครื่องมือสื่อสารการตลาด” (Tools) ตัวใหม่  เพื่อนำไปผสานกับเครื่องมือเดิม ทำให้เกิดกระบวนการสื่อสารอย่างครบวงจร (IMC : Integrated Marketing Communication) อย่างแท้จริง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและช่วยเพิ่มยอดขายกับสินค้า หรือบริการของตนในที่สุด
ในครั้งฉบับหน้าจะเป็นการอธิบายในเชิงรูปธรรมของ “สื่อโทรศัพท์มือถือ” ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน เมื่อสื่อเดิม ๆ มาอยู่บนมือถือจะเปลี่ยน “รูปแบบ” และ “เนื้อหา” ไปอย่างไร เป็นสิ่งที่น่าติดตาม





ฟันธง 7 เทรนด์ฮอตของวงการมือถือ ปี 2007

29 09 2007
หมายเหตุ: ข้อมูลจากนิตยสาร WHAT Phone ฉบับที่ 66 ประจำเดือน สิงหาคม 2550

1. All in one แอปพลิเคชั่นบนมือถือ

mobile application แอปพลิเคชั่นบนมือถือยุคต่อไปจะเน้นการลงโปรแกรมครั้งเดียวทำได้สารพัด ซึ่งจะเป็นแอปฯ ที่รวมเอาหลากหลายความสามารถเข้าด้วยกัน เช่น โปรแกรมสนทนา (Instant Messaging) ของหลายค่ายมาเล่นบนมือถือได้, ส่ง Free Text SMS ผ่าน GPRS, อ่านเมลล์ได้จากทุกเมล์, อัพโหลดไฟล์ไปอ่านบนมือถือ, อ่านข่าวจาก RSS โดยสามารถเลือกเฉพาะข่าวที่เราสนใจได้, และซิงค์ ข้อมูลสำคัญ เช่น เบอร์โทร การนัดหมาย จากโปรแกรมไมโครซอฟต์ เอ้าท์ลุ๊คมาลงมือถือได้ นอกจากนี้ยังมี Widsets โปรแกรมที่รวมเอาแกดเจ็ทต่าง ๆ มาไว้ที่มือถือ โดยที่คุณทำการปรับตั้งค่าเนื้อหาได้เอง ตามแนวคิด Customize mobile Life เช่น อัพเดทลิสต์สิ่งที่คุณอยากทำใน 43Things จากมือถือได้เลย หรือดูรูปของคุณใน Flickr

ลองเล่น!
All in one Mobile Application ได้ที่นี่ (เปิดเว็บเหล่านี้จากมือถือได้เลย)
• www.morange.com
• www.reporo.com
• http://get.bluepulse.com
• http://get.widsets.com

2. การค้นหาบนมือถือ (Mobile Search)

mobile search 
การค้นหาบนมือถือไม่ต่างไปจากการใช้ Search Engine อย่าง ยาฮู กูเกิ้ล บนคอมฯ ซึ่งค้นได้ทั้งข้อมูล  รูปภาพ และเว็บบนมือถือ แต่ที่จะล้ำกว่านั้นก็คือ “การค้นหาด้วยภาพ” ขั้นตอนคือ ถ่ายภาพสินค้า หรือ โฆษณาจากมือถือ ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการค้นหาภาพ และจากนั้นก็รอรับข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ซึ่งจะต้องใช้เทคโนโลยีการตรวจและเปรียบเทียบภาพในความละเอียดเป็นพิกเซลเลยทีเดียว

ลองเล่น!
• ค้นหาด้วยกูเกิ้ลบนมือถือ เข้าไปที่ www.google.com/xhtml
• โหลด Nokia Mobile Search ได้ที่นี่ (ใช้ได้กับ Smart Phone เท่านั้น)
http://mobilesearch.nokia.com/A4160041

3. การทำโฆษณาบนมือถือ (Mobile Advertising)

 mobile advertisingยิ่งมีผู้ใช้การค้นหาบนมือถือมาเท่าไหร่ การโฆษณาบนมือถือก็จะยิ่งเติบโตขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งการโฆษณาบนมือถือมีหลายแบบ เริ่มที่การโฆษณาผ่าน Mobile Search Engine ก็จะอยู่ในรูปแบบของ Pay-per-click (การกดแบนเนอร์ที่อยู่บนแว็บไซต์) และ Pay-per-call เช่น เมื่อต้องการค้นหาคำว่า “พิซซ่า” และเจอเบอร์ร้านพิซซาจึงกดโทรจากมือถือ อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนยิ่งกว่า คือการทำ  “Bluecasting” การส่งข้อความโฆษณาจากป้าย หรือเสาโดยผ่านสัญญาณบลูทูธ ไปยังเครื่องมือถือของคนที่เดินผ่านไปมา เทคนิคนี้มีการปฏิบัติจริงแล้วในรถไฟฟ้าใต้ดินของอังกฤษ
และยังมี Proximity Advertising ด้วย คือการปล่อยข้อความโฆษณาไปตามพื้นที่โดยใช้ Location Base Service (LBS) เมื่อผ่านหน้าร้านไหน ก็จะได้รับโปรโมชั่นจากร้านนั้น ๆ คราวนี้ก็แล้วแต่ผู้บริโภคจะตัดสินใจเดินเข้าร้านนั้น ๆ ทันทีเลยหรือไม่ ซึ่งการโฆษณารูปแบบสุดท้ายนี้ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด

ลองเล่น!
ดูแบนเนอร์โฆษณาบนมือถือได้ที่นี่ http://mobile.nytimes.com

4. เครือข่ายทางสังคมบนมือถือ (Mobile Social Network)

mobile social networking ไม่ต้องสงสัยกับคำว่า Social Network อีกต่อไปเพราะเมื่อนิตยสาร Times ยกย่องให้ “คุณ” เป็นบุคคลแห่งปี แล้วทำไมกระแสการอัพโหลด และแชร์ไฟล์ต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ทจะถูกย่อลงมาที่มือถือไม่ได้ คราวนี้ผู้ให้บริการดาวน์โหลดคอนเท้นต์บนมือถือต่าง ๆ ก็ต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปตาม ๆ กัน เพราะเดี๋ยวนี้ คุณ ๆ เค้าถนัดโพสแจกไฟล์ริงโทน วอลเปเปอร์ผ่านมือถือกันแล้ว

ลองเล่น!
• อัพโหลดและดูวีดีโอบนมือถือ www.moblr.com
• สร้างและอ่านนิตยสารบนมือถือ http://tocmag.com
• เก็บและแชร์ลิ้งค์เว็บเจ๋ง ๆ บนมือถือ http://mobilicio.us

5. มือถืออ่านบาร์โค้ด (Mobile Barcode Scanner)

 mobile barcode มือถือกลายเป็นสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงโลกให้เข้าสู่ระบบดิจิตอลได้ง่ายเพียง “สแกน” ทุกครั้งที่เจอบาร์โค้ดก็เอามือถือติดกล้องไปส่องไว้ซัก 3 วินาที แล้วมันก็จะลิ้งค์ไปยังเนื้อหาต่างๆ พร้อมอ่านทันทีบนมือถือ อาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีนี้มาช่วยตัดขั้นตอนการจำและพิมพ์ URL บนมือถือไปอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้การเล่น “เว็บบนมือถือ” เป็นเรื่องที่แสนง่าย และอาจทำให้มือถือแจ้งเกิดในฐานะ Third Screen Media (จอที่ 3 รองจาก ทีวี และคอมพิวเตอร์) อีกเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้บาร์โค้ดฮิตติดลมบนง่าย ๆ ก็เพราะว่ามันสามารถพิมพ์ลงบนวัสดุใด ๆ ก็ได้ ทั้งกระดาษ เสื้อยืด หรือทำเป็นบิลบอร์ดก็ยังได้ เอาเป็นว่าเจอที่ไหนหยิบมือถือขึ้นมาแช๊ะก็จะได้ข้อมูลทันที

ลองเล่น!
โหลดโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดบนมือถือได้ที่นี่ แล้วทดลองสแกนบาร์โค้ดดูที่นี่ http://get.beetagg.com

6. โทรฟรีผ่านเน็ท (Mobile VOIP)

mobile voip โปรแกรม Skype ทำให้การ “โทรฟรี” กำเนิดขึ้นในโลกนี้จริง ๆ ด้วยการใช้มือถือเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ทไร้สาย (Wi-Fi) ก็สามารถโทรเข้าหาผู้ที่ออนไลน์ Skype อยู่ได้ฟรี ๆ แต่มือถือที่ใช้ต้องเป็นรุ่นที่รองรับไว-ไฟได้ แต่ปี 07 นี้คาดว่าจะมีผู้ให้บริการ Mobile VOIP เพิ่มขึ้นอีกมหาศาล โดยไม่จำกัดเฉพาะการโทรเข้าเครื่องคอมฯ แต่สามารถโทรหาใครก็ได้ทั่วโลก ทั้งบ้าน มือถือ และ คอมฯ ในราคาถูกเหลือเชื่อ แต่ที่แน่ ๆ ประชากรชาวใต้หวันยิ้มแก้มปริกับโครงการเมืองไว-ไฟ ที่ช่วยให้พวกเขาโทรศัพท์ผ่าน VOIP ฟรีทุกครั้งที่ใช้บริการที่ 7-11 เพราะมีจุดฮอตสปอตติดตั้งอยู่ในทุกร้าน 7-11 ทั่วเมือง และหากนอกสัญญาณไว-ไฟ ก็สามารถปรับตัวเครื่องมือถือมาใช้สัญญาณ GSM ได้เหมือนเดิม

ลองเล่น!
ทดลองโหลดโปรแกรม VOIP on mobile ฟรีและโทรฟรีได้ที่นี่ (โนเกีย N, E series ใช้ได้)
http://m.symmy.com

7. Mobile 2.0
mobile 2.0 

Mobile 2.0 จะเป็นคำฮอตประจำปี 07 ที่จะแรงไม่แพ้ WEB 2.0 ที่อินจัดมาตลอดปีนี้ และแถมยังเป็นคำที่หาคำจำกัดความแบบเป๊ะๆ เหมือน WEB 2.0 ไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน แต่อาจกล่าวรวม ๆ ว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้งานบนมือถือ เนื่องจากความเร็วของการรับส่งข้อมูลที่มีสปีดดีขึ้น (Wireless Broadband Access: WBA), ตัวเครื่องมือถือที่เป็น ไฮบริดโฟน รองรับการใช้งานผ่านเน็ทและระบบ GSM, เว็บไซต์เกือบทุกเว็บจะรองรับการใช้งานผ่านมือถือ ฯลฯ

ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการผลัดใบของยุคมือถือ
SMS -> Instant Messaging, Mobile blogging
MMS -> Media sharing
Java Games -> Connected Applications (เช่น photo sharing, blogging)
Presence & Push-To-Talk -> Mobile VOIP
Content consumption -> Content creation (เช่น mobile blogging)

ซีอีโอของกูเกิ้ลถึงกับกล้าฟันธงว่า ปี 07 คือปีแห่งมือถืออย่างแท้จริง “มือถือจะกลายเป็นสื่อใหม่ที่ทรงพลังเทียบชั้นคอมพิวเตอร์ และอาจจะแซงหน้าไปได้ เพราะมือถือถูกกว่า พกไปไหนมาได้ และทุกคนก็เข้าถึงเครือข่ายมือถือได้”

ข้อแนะนำสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ยุค Mobile 2.0 ก็คือ ควรสมัคร GPRS package ไว้ได้เลย เพราะต้องออนไลน์บนมือถือเครื่องโปรดกันอีกหลายชั่วโมง…