ปรากฏการณ์ทวิตเตอร์ ตอนที่ 1

5 11 2007

หมายเหตุ บทความนี้ผู้เขียน ได้เขียนให้กับนิตยสาร Digital Living ฉบับเดือนกรกฎาคม 2550

twitter logo

     ผู้เขียนใช้เวลาอยู่นานว่าจะเริ่มต้นเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์ทวิตเตอร์อย่างไรดี? เพราะสำหรับเขียนที่ขอเรียกตัวเองว่าสื่อมวลชนตระหนักดีว่า ทวิตเตอร์ (Twitter) มันสามารถเปลี่ยนรูปแบบของการสื่อสารผ่านระบบดิจิตอลไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งมันยังมีพลังอย่างสาหัสที่พร้อมจะบดบังรัศมีของ สื่อ หลาย ๆ ตัวไปพร้อมๆ กัน แต่ในอีกมุมนึง คุณสมบัติและรูปแบบการใช้งานของทวิตเตอร์เอง ก็กำลังกลายเป็น มลพิษข้อมูลมขยะ ชิ้นโตที่ส่อเค้ารุนแรงเสียยิ่งกว่าภาวะโลกร้อนเสียอีก

            Digital Zone ฉบับนี้ขอเจาะลึกกับ ทวิตเตอร์ ถึงต้นกำเนิด, วิธีการประยุกต์ใช้งานทวิตเตอร์ในหลายรูปแบบและผลกระทบ รวมไปถึงการแนะนำให้รู้จักทวิตเตอร์สายพันธุ์ไทยให้ท่านผู้อ่านได้อัพเดททุกแง่มุมของ ทวิตเตอร์-กระบอกเสียงดิจิตอลส่วนบุคคล แบบครบวงจร

จุดเริ่มต้นของทวิตเตอร์

          ทวิตเตอร์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2006  มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มคนเพียง 10 คนในซาน ฟรานซิสโก ที่เรียกตัวเองว่า Obvious Corp มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้คนทุกคนมีสิทธิที่จะบอกถึงการมีตัวตน การมีอยู่และความเคลื่อนไหวของตัวเองให้คนทั้งโลกได้รับรู้ โดยมีแกนนำคือ อีวาน วิลเลียม ผู้ซึ่งก็ต่อเว็บบล็อกชั้นนำของโลกอย่าง Blogger และเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับทวิตเตอร์ด้วย

ทวิตเตอร์ คืออะไร ใช้งานอย่างไร?

          ทวิตเตอร์ เป็นเว็บไซต์ www.twitter.com ที่อยู่ในรูปแบบของเครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ (Online Social Networking)  โดยมีวิธีการใช้งานง่าย ๆ ให้สมาชิกทุกคนพร้อมใจกันเข้ามาตอบคำถามเดียวกันที่ว่า ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่? ซึ่งช่องทาง (มาตราฐาน) การตอบคำถามนี้ก็ทำได้มากมาย ดังนี้

·       ผ่านทางเว็บไซต์ (www.twitter.com)

·       ผ่านทาง SMS โดยส่งไปยังหมายเลขที่ระบุไว้ (ใช้ได้เฉพาะในอเมริกาและแคนนาดา)

·       ผ่านอินเตอร์เน็ทบนโทรศัพท์มือถือ (http://m.twitter.com)

·       ผ่านทางโปรแกรมสนทนาอย่าง Google Talk (twitter@twitter.com)

โดยมีข้อแม้ว่าข้อความที่จะบอกนั้นต้องมีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร (รองรับทุกภาษา) ซึ่งการโพสข้อความแบบสั้น ๆ นี้ถูกเรียกว่า Micro-blogging ทุกข้อความที่แต่ละคนโพสไว้จะถูกเก็บไว้ที่หน้าทวิตเตอร์ของตัวเอง (www.twitter.com/yourname) และเราสามารถเพิ่มรายชื่อคนอื่น ๆ ไว้ในหน้านี้ด้วย ทำให้เราเห็นความเคลื่อนไหวของเพื่อน ๆ และข้อความเก่า ๆ ที่ตัวเองโพสได้

ตลอดเวลา และแน่นอนว่าทุกครั้งที่เราโพสข้อความใหม่ เพื่อนที่อยู่ในลิสต์ไม่ว่าจะเป็น follower, friend, favorites ก็จะได้รับข้อความเตือนว่ามีข้อความจากเรา ผ่านช่องทางทั้ง 4 ข้างต้น (โดยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะเลือกรับข้อความผ่านทางช่องทางไหน จะเลือกทั้งหมด หรือจะให้แจ้งเตือนเฉพาะผ่านอี-เมล์ หรือ SMS อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ซึ่งก็ฟรีหมดรวมถึง SMS ด้วย)

        คงไม่ต้องบอกว่ากระแสความแรงของทวิตเตอร์มีมากขนาดไหน? ต่อวันมีคนทั่วโลกต่างพร้อมใจกันส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ประมาณ 70,000 ข้อความต่อชั่วโมง หรือประมาณวันละ 1.7 ล้านข้อความ!!!

มา Tweet กันเถอะ!

กริยาการส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์เรียกว่า ทวีต: tweet ดังนั้นจึงเป็นที่มาของเรื่องที่ถามกันอยู่บ่อย ๆ ว่า คนมักจะใช้ทวิตเตอร์เพื่อสื่ออะไร? หรือถ้าจะพูดตามสไตล์สาวกทวิตเตอร์ก็คือ คนมักจะทวีตเรื่องอะไรกันบ้าง?

คำตอบตรงนี้แหละที่จะเป็นตัวชี้ขาดว่า ทวิตเตอร์คือ เครื่องมือสื่อสารทรงพลานุภาพ หรือจะกลายเป็นเพียง ข้อมูลขยะมลพิษ ซึ่งก็ได้คำตอบไปในตัวแล้วว่า มันขึ้นอยู่กับ คน ที่ใช้มัน

ก่อนที่จะพูดถึงสารพัดวิธีที่มนุษย์สุดฉลาดจะสื่อสารผ่านทวิตเตอร์ หลายคนรีบตั้งคำถามว่า แล้วทำไมประชากรไซเบอร์ถึงเห่อกันมาใช้ทวิตเตอร์กันนัก?” คำตอบมีสั้น ๆ และง่ายมาก ๆ นั่นคือ ทวิตเตอร์มันสั้น มันง่าย และมันฟรีนั่นเอง!

กล่าวคือ ทวิตเตอร์ คือ นวัตกรรมของสื่อดิจิตอลที่ทำให้ทุกคน มีสิทธิ์ ที่จะมี กระบอกเสียงส่วนตัว ซึ่งกระบอกเสียงนี้สามารถตะโกนดังขนาดที่ว่าทำให้ คนทั้งโลก ได้ยิน พร้อมกัน และยังได้รับข้อความ ตอบกลับได้ในทันที  ซึ่งสิ่งที่พูดนั้นมันเป็น ข้อความสั้น ที่ผู้ส่งกลั่นกรองออกมาเพื่อจะสื่อความหมายของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ และตลอดกระบวนการส่งสาร จาก ผู้รับสาร>ส่งสาร>ผ่านทวิตเตอร์>ไปยังผู้รับ ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย (แม้จะเป็นการส่งข้อความไปต่างประเทศก็ตาม)

เสียดายที่หน้ากระดาษมีจำกัด ผู้เขียนจึงขอจบปฐมบทของ ปรากฏการณ์ทวิตเตอร์ ไว้เพียงเท่านี้แล้วฉบับหน้าเตรียมติดตามแง่มุมอื่น ๆ ที่มาเจาะลึกกับ ทวิตเตอร์ สื่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ใครๆ ก็เต็มใจอยากติดกันต่อ


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

ใส่ความเห็น