ดิจิไลฟ์@ไฮเทคบาร์

26 06 2006

smokscreen.jpglogo.gif  ดริงค์ แดนซ์ ดรังค์ อากัปกริยาที่มาจากกิริยาสามช่องของภาษาอังกฤษที่เรามักจะพบเห็นกันบ่อย ๆ เมื่อเราเข้าไปชิล ชิล แถวถนนสุขุมวิท หรือ สีลมซอย 4 แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ตัวเชื่อมสำคัญที่จะทำให้ตลอดเวลาในค่ำคืนหนึ่งๆ มีความสุขขี และมีสีสันมากกว่าเดิม นั่นก็คือ  "การพูดคุยระหว่างกัน"

"บาร์ทอล์ค" (BarTalk) มุขเด็ดของ "RBAR" บาร์เท่ๆ ที่โด่งดังไปทั่วนิวยอร์ค เริ่มต้นจากการเข้าใจที่ถ่องแท้ของธรรมชาติมนุษย์ที่ขาดเสียมิได้ในการติดต่อสื่อสาร ต่อยอดด้วยความไฮเทคจาก "มือถือ" อวัยวะชิ้นสำคัญของชาวเมโทร จนทำให้เกิดเป็นบาร์สุดคูลที่เจ๋งซะจนทำให้ผู้เขียนต้องมาแนะนำในครั้งนี้ในเมืองไทยผับบาร์ไหนมีทีวี 100 นิ้ว หรือ จอโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ ไว้ให้หนุ่ม ๆ เชียร์บอลก็จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ แต่ดู ๆ ไปอาจจะเอ้าท์ไปนิดเมื่อเทียบกับ "บาร์ทอล์ค" ในบรูคลินด์ บาร์ทอล์ค ถือเป็นนวัตกรรมแห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ลูกค้าสื่อสาร ทั้งเรื่องสัพเพเหระ ธุรกิจพันล้าน ไปจนถึงการสั่งอาหารในบาร์ และการรีเควสเพลงโดน ๆ จากนักร้องเสียงดีได้อย่างสะดวก และเก๋สุด ๆ

diagram.gif

วิธีการสร้างเครือข่ายทางสังคมในบาร์นี้ก็เริ่มต้นจากการส่ง ข้อความ SMS, MMS จากมือถือไปยังอีเมล์เฉพาะของลูกค้าแต่ละคนที่อยู่ในเครือข่ายของ บาร์ทอล์ค (เช่น mybar@bartalk.org) จากนั้น ข้อความและรูปภาพล่าสุดก็จะไปปรากฏอยู่ในจอใหญ่ๆ ของผับ ดีกรีความเฟี้ยวระดับนี้คงยังไม่พอ เพราะทุกข้อความที่ส่งออกไป จะยังถูกเก็บไว้ในบล็อคของลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย อย่างนี้เค้าเรียกว่า Integrated Idea จริง ๆ ทั้ง ไวร์เลสและพีซีต้องต่อกันเนียน ๆ

smokscreen.jpg    doc02.jpg   doc01.jpg

อีกหนึ่งฟีเจอร์เจ๋งของบาร์นี้ก็คือ "Smoke Screen" จอนี้จะถูกติดตั้งอยู่ทั้งภายนอก และภายในร้าน เพื่อให้ช่องว่างของการสื่อสารระหว่าง กลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่ และไม่สูบบุหรี่แคบลง หากคุณผู้อ่านอยากดูว่าเค้าทอล์คอะไรกันใน Smoke Screen ก็คลิกที่นี่ได้เลย http://rbar.bartalk.org/ขอสรรเสริญเยินยอกับเจ้าของไอเดียสุดบรรเจิดนี้ด้วย 2 หญิง 1 ชาย นามว่า Alexis Lloyd, Ana Velez,  Shaun Rance ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงของนิวมีเดียมานาน ขอบคุณไอเดียที่ทำให้ “บาร์” ซึ่งใคร ๆ มักจะเรียกว่า “ที่อโคจร” กลับให้คุณประโยชน์มากกว่าที่เคยเป็น และคาดไม่ถึง!

 





มือถือ “จอเล็ก” ปัญหา…และการผ่าทางตัน

26 06 2006

ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการมือถือ ทั้งนักคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีไร้สาย ผู้ผลิตเนื้อหาบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Content) หรือแม้กระทั่งนักวิจารณ์มือถือ ต่างลงความเห็นอย่างพร้อมเพรียงกันว่าถึงแม้มือถือจะสามารถเป็นอะไรต่อมิอะไรชนิดที่คาดไม่ถึงได้ อาทิ รีโมททีวี เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ฯลฯ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยังถือเป็นข้อจำกัดต่อการดื่มด่ำกับฟังก์ชั่นที่ทันสมัยและคอนเท้นต์ที่เต็มที่ด้วยสุดยอดมัลติมีเดียอันหลากหลาย นั่นก็คือ “ขนาดหน้าจอ” ที่สุดแสนจะเล็กของมือถือนั่นเอง

            แล้วอะไรล่ะ? คือทางออกของการพัฒนาศักยภาพของมือถือในอนาคต สองแนวคิดที่จะนำมาเสนอครั้งนี้อาจจะช่วยผ่าทางตันกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวงการมือถือก็เป็นได้

เครื่องโปรเจคเตอร์ในมือถือ

Phone Projector

    บริษัท Iljin Displayของเกาหลีใต้ได้ลงทุนไปกว่า 150 พันล้านวอนเพื่อการวิจัยและพัฒนา “เครื่องฉายภาพ (Projector)” ขนาดเท่าเหรียญบาท (0.24 นิ้ว) เพื่อบรรจุไว้ในโทรศัพท์มือถือ และ กล้องถ่ายรูป

  เครื่องนี้จะใช้ฉายภาพได้ทั้ง ภาพวีดีโอ ภาพนิ่ง และข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเครื่อง ผู้ใช้สามารถใช้มือถือฉายไปยังพื้นที่ว่างสีขาว ๆ เพื่อโชว์คอนเท้นต์ทุกอย่างบนมือถือในขนาดหน้าจอกว้างถึง 7 นิ้ว

นาย ปาค ซุน วอน ประธานบริษัททำนายว่า ในร้อยละห้า ของมือถือติดกล้องที่ออกวางจำหน่ายภายในปี 2010 จะมีเครื่องฉายภาพติดอยู่ด้วย ขณะนี้ทางบริษัทตอนนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตมือถือสัญชาติเกาหลีมากมาย เช่น ซัมซุง แอลจี โดยจะเริ่มผลิตมือถือที่มีเครื่องฉายภาพตั้งแต่เดือน เมษายนปีหน้าเป็นต้นไป

เครื่องฉายภาพในมือถือนี้คาดว่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักธุรกิจและภาคการศึกษา

หน้าจอมือถือแบบพับได้

foldable screenอีกฝั่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ก็หาทางออกให้กับจอจิ๋วๆ ของมือถือไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ จอมือถือที่สามารถพับและกางออกได้โดยอัตโนมัติ

บริษัท Inventables เน้นการพัฒนาออกแบบสินค้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้มีนวัตกรรมล้ำๆ มากยิ่งขึ้น  ด้วยปรัชญาที่ว่า Discover What's Possible และนี่คือแนวคิดของ โทรศัพท์มือถือที่สามารถพับหน้าจอได้ หรือที่เรียกว่า Origami Cell phone นั่นเอง แนวคิดนี้ได้แรงบันดาลใจมากจาก กระดาษอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาโดยบริษัท Mag-Ink กับ PopOut Map ซึ่งจะสามารถกางออกและพับเก็บได้โดยอัตโนมัติ

 ตัวอย่างของ PopOut Map

            ความคิดใหม่ๆ ที่มาสร้างจากการพยายาม “แก้” ให้ถึงต้นตอของ “ปัญหา” ก็ยังคงเป็นหนทางคลาสสิกสำหรับนักพัฒนาเทคโนโลยีที่พร้อมอุทิศตนที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไฮเทคอย่างแท้จริง

popout map2popout map

ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.iljindisplay.com/http://www.inventables.com/index.asp





สั่งอาหารผ่านมือถือ

26 06 2006

mobo_logo.jpg 

“เพียงแค่ส่ง SMS มาสั่งและรอข้อความตอบกลับ พอถึงเวลาก็ไปรับอาหารจานโปรดได้ทันที หรือจะให้ส่งถึงที่ทำงานหรือที่บ้านก็ย่อมได้” ไม่ต้องรอ…ไม่ต้องเข้าคิว

แค่หยิบมือถือขึ้นมาก็เตรียมอิ่มท้องได้ทันที

 จริงอยู่บริการนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะผู้เขียนเคยทราบข่าวมาว่า "การสั่งอาหารผ่านมือถือ" ได้เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา ซึ่งร้านอาหารนั้นก็คือ ร้านส้มตำ (จริงๆ แล้วคือรถเข็นขายส้มตำ) ที่มีรสชาติที่ถูกปากผู้คนมากมาย เจ้าของร้านจึงได้ติดเบอร์โทรศัพท์มือถือเอาไว้ให้ลูกค้าโทรสั่งแล้วมารับได้ตามเวลาที่ระบุ ผู้ขายกล่าวว่าบริการนี้ดารานักแสดงซึ่งเป็นลูกค้าประจำของเธอจะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเพียงขับรถโฉบมาก็หิ้วส้มตำจานเด็ดกลับไปฉลองได้ทันที อีกทั้งยังทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอีกด้วย

และที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาก็นิยมการสั่งอาหารด้วยมือถือเช่นกัน แต่เพิ่มฟีเจอร์ให้มีความเป็นดิจิตอลมากยิ่งขึ้นด้วยการสั่งอาหารได้ทั้งผ่านจอคอมพิวเตอร์ออนไลน์และมือถือ

mobo_1.jpg

แนวคิดการสั่งอาหารทุกที่ทุกเวลาของ Mobo: Order food on the go เกิดจากแนวคิดที่ว่าไม่ต้องการให้ลูกค้ามาเสียเวลาต่อคิวซื้ออาหารอีกต่อไป เพราะปัจจุบันทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย การใช้เทคโนโลยีไร้สายอย่าง SMS ที่สุดแสนจะธรรมดามาสร้างประโยชน์จนกลายเป็นนวัตกรรมที่ทรงคุณค่าก็จัดว่าน่าสนใจมากทีเดียว เพราะหนุ่มสาวออฟฟิศทุกคนจะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และก็มีมือถือติดตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นพวกเขาก็คือกลุ่มเป้าหมายหลักของบริการสุดไฮเทคนี้

มาดูขั้นตอนการสั่งอาหารกันบ้าง

1. เลือกร้านอาหารและเมนูที่ชอบผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ชุดอาหารที่เลือกจะถูกเก็บไว้ โดยจะเรียกว่า FAVE (Favorites) นั่นเอง และใช้เลขรหัสเป็นตัวแทน เช่น เมนูโปรดเมนูที่ 1 ประกอบไปด้วย เบอร์เกอร์หมู กับน้ำส้มคั้น2. จากนั้นระบบก็จะคำนวณราคาอาหาร ซึ่งในตอนนี้ก็จะมีให้ลูกค้าเลือกที่จะให้ทิปกับพนักงานด้วยหรือไม่ ซึ่งค่าอาหารจะไปตัดจากบัตรเครดิต3. รอรับ SMS ตอบกลับเพื่อยืนยันการสั่งอาหารพร้อมระบุเวลาที่ลูกค้าจะไปรับอาหารได้เมื่อคุณทำรายชื่อ เมนูโปรดไว้หลาย ๆ อัน ต่อไปไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหร่ เมื่อหิว จะสั่งอาหารอีกครั้งก็เพียงจำ เลขรหัสของแต่ละเมนูเท่านั้นเอง นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกให้มีการส่งถึงที่ก็ได้ด้วยการ เพิ่มตัวอักษรอีกหนึ่งตัวท้ายรายการที่สั่ง เช่น W (Work),H (Home) A (Alternative) ตัวอย่าง คุณต้องการสั่งเบอร์เกอร์หมู กับน้ำส้มคั้น ซึ่งเป็นเมนูโปรดของคุณ โดยใช้ตัวเลขแทนคือ 1 และต้องการให้ไปส่งที่ทำงาน ก็จะพิมพ์คำว่า "1W" แล้วส่งไปยังหมายเลขที่ระบุไว้            หากมองในแง่ของการลงทุน ผู้เขียนคิดว่าเจ้าของธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ที่มีสาขาย่อย ๆ ดูจะได้เปรียบกว่ารายเล็ก ๆ เช่น ร้านพิซซ่า, เครือโออิชิ และร้านอาหารจานด่วนอื่น ๆ ที่มีเมนูหลักตายตัว แต่สำหรับบริการของ Mobo นี้จะรวมเอาร้านค้าหลายๆ ร้านมาร่วมเป็นร้านค้าพันธมิตร ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีการสั่งอาหารผ่าน SMS แบบเดียวกัน รายการอาหารของลูกค้าสั่งผ่านศูนย์กลางและกระจายไปยังร้านค้าพันธมิตรอื่น ๆ ต่อไป            นอกจากนี้แล้ว Mobo ยังจัดทำการส่งเสริมการขายด้วยการส่ง SMS ไปแจ้งเมนูที่ลดราคาพิเศษ เมนูใหม่ ๆ ประจำเดือน หรือ ให้คูปองส่วนลดกับลูกค้าอีกด้วย ซึ่งโปรโมชั่นแบบนี้ก็เห็นมีใช้กันมากมายในเมืองไทยเช่นกัน

ตัวอย่างหน้าจอมือถือที่ยืนยันการสั่งอาหาร

fave.jpg

จะว่าไปบริการนี้ก็ดูเหมือนจะเข้าทีและน่าจะปฏิบัติได้จริง แต่สำหรับกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องการทานอาหารริมทาง (Street Food) ที่มีอาหารให้เลือกหลากหลายและราคาถูก การสั่งอาหารทาง SMS แบบ Mobo อาจจะดูไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่สำหรับนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาส นี่ก็เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมือถือเพื่อให้บริการพิเศษแก่ลูกค้าได้ดีอีกทางหนึ่ง





Make Money ด้วย MMS marketing

26 06 2006

           ไม่ทราบว่าคุณผู้อ่านท่านใดได้เคยทดลองดาวน์โหลดริงโทนวิธีการใหม่ล่าสุดแบบนี้หรือไม่…”เพียงแค่กดรหัสสี่หลัก โทรออก จากนั้นก็นำมือถือของเราไปจ่อที่ลำโพงที่กำลังเปิดเพลงโปรดของคุณอยู่ไม่กี่วินาที ก็จะได้รับริงโทนเพลงนั้น ๆ ทันที”

…ถ้าคุณเคย เราก็มีเรื่องใหม่กว่านั้นมาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ

ผลัดจากยุดแห่ง SMS Marketing (การตลาดที่ใช้การรับส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ) นักการตลาดยุคดิจิตอลก็ทุ่มสุดตัวไปตามกระแส “มัลติมีเดีย” ที่กำลังอินจัดชั่วโมงนี้ และนี่คือบางส่วนของ เทคนิคการทำโมบาย มาเกตติ้งด้วย MMS ที่น่าสนใจเลยเก็บมาฝากกันค่ะ

ด้วยความสามารถของบริการจาก DAEM (บริษัทผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ซึ่งเป็นนักวิจัยด้านไอทีที่พัฒนาระบบการจดจำภาพ จากประเทศสเปน) ที่นำเสนอให้ผู้ใช้มือถือทุกคนสามารถเชื่อมต่อระหว่างโลกเสมือนจริงกับโลกแห่งความจริงผ่านมือถือติดกล้องได้ ฟังดูแล้วแฟนตาซีเอามาก ๆ แต่จริงๆ แล้วก็คือ เครื่องมือสำหรับการโฆษณาและสื่อสารการตลาดชิ้นใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน หาข้อมูลลึก ๆ ของแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีการที่แสนง่ายดายผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีกล้อง

DAEM ทำงานอย่างไร?

   

how to send picture from your phone

       ผู้บริโภคเพียงแค่ถ่ายรูป* โลโก้ สินค้า หรือภาพโฆษณาของผลิตภัณฑ์ใด และส่งภาพเหล่านั้นมาตามหมายเลข หรือ อีเมลล์ที่กำหนดไว้ เทคโนโลยีของ DAEM จะจดจำและแยะแยะภาพ โดยการจับคู่ภาพถ่ายกับภาพที่มีอยู่ในฐานข้อมูล เมื่อภาพเข้าคู่กันได้พอดี ระบบก็จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพนั้น ๆ มาให้ผู้ใช้ต่อไป (ซึ่งก็ข้อมูลที่ว่านี้ก็แล้วแต่นักการตลาดจะต้องการสื่อสารให้กับผู้บริโภค อาจจะเป็น วีดีโอคลิปหนังโฆษณาชิ้นใหม่ คูปองส่วนลด  คอนเท้นต์ต่าง ๆ บนมือถือ เช่น วอลล์เปเปอร์ ธีมที่มีโลโก้ของสินค้าติดอยู่ด้วย ฯลฯ) หรือจะส่งเป็นลิงค์ของ WAPSITE ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ให้มาปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือ

How to use DAEM

ฉะนั้นจากที่เกริ่นไปข้างต้นเกี่ยวกับเรื่องการโหลดริงโทน DAEM ก็จัดว่าเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับระบบการจดจำ จากเริ่มแรกเน้นเพียงแค่เสียง ต่อมาก็เป็นภาพ (Voice or Picture Recognition) ซึ่งก็ถือว่าพัฒนาได้อย่างสร้างสรรค์มากทีเดียว สำหรับระบบการจดจำภาพผู้ผลิตกล่าวว่าสามารถที่จะแยะแยะแต่ละภาพ แม้ในสภาวะที่ต่างออกไป เช่น ภาพที่มีมุมกล้องต่างกัน สภาพของแสงต่าง หรือเป็นแค่ภาพบางส่วนจากชิ้นงานโฆษณาก็สามารถจดจำได้

*หมายเหตุ บริการนี้สามารถใช้งานได้กับมือถือติดกล้องทุกรุ่นทุกยี่ห้อ และทุกเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

ประโยชน์ของ DAEMบริการนี้นอกจากจะทำให้มือถือติดกล้องเป็น “สื่อแบบสองทาง” ชิ้นใหม่ ในการโฆษณา และส่งเสริมการขายแล้ว ที่ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมได้ง่ายและรวดเร็วมาก ก็ยังมีคุณสมบัติเด่นที่ทำให้บริษัทเอเจนซี่โฆษณา และ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ได้รับผลประโยชน์ไปตาม ๆ กันด้วย

benefit

หากวิเคราะห์ถึงประโยชน์ที่ “นักโฆษณา” จะได้รับก็คือ

1. ช่องทางการสื่อสารแบบสองทางและทันที ใช้งานง่าย

2 ผู้ใช้ได้สัมผัสกับแบรนด์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ บิลบอร์ด โปสเตอร์ ฉลากผลิตภัณฑ์ ฉะนั้นก็มีโอกาสใช้บริการนี้ได้ทุกที่ ทุกโอกาสเช่นกัน

3. วัดผลการใช้งานได้ง่าย และสามารถนำมาปรับใช้ได้ต่อไป

4. ไม่รบกวนผู้ใช้เพราะเป็นการโฆษณาแบบผู้บริโภคเป็นผู้ตอบรับสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง หรือภาษาที่นักการตลาดบนโทรศัพท์มือถือรู้จักกันดีว่า (Opt-in)

 5. สามารถช่วยเพิ่ม ยอดเฉลี่ยในการซื้อสินค้าได้มากขึ้น (เมื่อได้ข้อมูลมากขึ้นผู้บริโภคก็จะมั่นใจและตัดสินใจซื้อสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น) ผู้ให้บริการเครือข่ายได้อะไร?ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ธุรกิจใด ๆ ที่กระทำผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือนั้น ผู้ที่รับประโยชน์ไปเต็มๆ  ทั้งขึ้นทั้งร่อง ก็เห็นจะเป็น โอเปอร์เรเตอร์ หรือ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือนั่นเอง ในที่นี้ บริการ DAEM ก็ได้เสนอด้วยว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะได้รับประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยเพิ่มอัตราการรับส่งข้อความด้วย MMS และ ค่าบริการเฉลี่ยรายบุคคล (ARPU- Average Revenue Per User)

อาจกล่าวได้ว่า บริการนี้กำลังสร้างประสบการณ์ด้าน “การค้นหา” รูปแบบใหม่ให้กับประชาคมยุคดิจิตอล เพราะเปลี่ยนจากการกระดิกนิ้วเพื่อพิมพ์ “คีย์เวิร์ด” ก็กลายมาเป็นการคว้ามือถือสื่อใหม่แล้ว “แช๊ะ หรือ Snap” ก็สามารถเริ่มต้น "ระบบการค้นหาด้วยภาพ" ได้ทันที ผู้เขียนคิดว่าแนวคิดของบริการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในบ้านเรา (ในระยะเวลาอันใกล้) ตอบรับกับกระแสแห่งทุนนิยมที่เบ่งบานที่เชื่อมั่นว่า “แบรนด์จะอยู่กับคุณทุกที่ทุกเวลา”

ข้อมูลเพิ่มเติม http://daeminteractive.com/eng/servicios.htm

 

            

                          





Welcome to my portfolio world.

25 06 2006

สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติและผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน

 อันนี้ที่มนซ่ามีบลอคของตัวเองเยอะมาก ๆ เพียงแต่แค่สมัคร และไม่เคยอัพเดทอะไรลงไปสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เนื่องจากมนซ่ามีงานเขียนที่คิดว่าสนุกและน่าสนใจ จึงอยากทำมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ คนอื่นด้วยค่ะ

สำหรับสำนักพิมพ์ที่สนใจงานเขียนของข้าพเจ้า ก็สามารถติดต่อมนซ่าได้เลยนะก๊ะ อิอิ

ส่วนท่านที่แวะมาเยี่ยมชมก็ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ (เขียนวิจารย์ได้ตามสะดวกนะคะ)